สุภาษิตสอนหญิง
สุภาษิตสอนหญิง (พระนิพนธ์ใน พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว)
1...
ขอประพันธ์จรรยาสุภาษิต
ไว้เตือนจิตหญิงไทยในสยาม
ทั้งเริ่มรุ่นลักขณาสง่างาม
อยู่ในความดำริควรติตรอง
เป็นสตรีนี้ไซร็มิใช่ง่าย
สงวนกายเราไว้อย่าให้หมอง
จะยากจนค่นไร้วิสัยทอง
ย่อมจะต้องมีค่าราคาแพง
เหมือนพิกุลดีจริงไม่ทิ้งกลิ่น
ถึงตกดินจมทรายไม่หน่ายแหนง
ยังหอมหวานชวนชื่นระรื่นแรง
ไม่เหี่ยวแห้งไม่ทรามความนิยม
แต่หอมกลิ่นมาลาที่ว่าหอม
ชั่วถนอมเชยชิดสนิทสนม
เฉพาะเมื่อจับต้องประคองชม
เวลาดมชั่วครั้งไม่ยั่งยืน
อันหอมนามความดีสตรีนั้น
ไม่มีวันทรามเชยระเหยหืน
ถึงมาตรแม้นตัวตายไม่คลายคืน
ยังหอมชื่นชูนามเพราะความดี
เป็นผู้หญิงตำราที่ว่าสวย
ต้องกอปรด้วยเบญจลักษณ์เป็นศักดิ์ศรี
ถึงไม่ครบทั้งห้าตามมาลี
สมัยนี้สำคัญด้วยจรรยา
อันงามรูปงามทรัพย์บังคับยาก
มีน้อยมากก็ตามชาติวาสนา
ถึงร่างกายบุญกรรมก็ทำมา
มิใช่ว่าสรรสร้างได้ดังใจ
คงแต่เพียงที่สามให้งามจิต
งามจริตกิริยาอัชฌาสัย
งามวาจาไพเราะเสนาะใน
ดำรงค์ไว้ให้งามสามประการ
แม้สตรีมีงามเพียงสามสิ่ง
นับว่าหญิงน่ารักสมัครสมาน
ถึงรูปทรัพย์คับแค้นแสนกันดาร
ต้องประมาณว่างามตามตำรา
อีกนัยหนึ่งเครื่องประดับสำหรับนาฎ
ศิลปศาสตร์เป็นของจะต้องหา
งามอะไรก็ไม่เยี่ยมเทียมวิชา
อาจจะพาให้กายสบายเบา
อันสตรีที่งามด้วยความรู้
เป็นที่ชูโฉมเชิดเลิศเฉลา
แต่อย่าเพียรเรียนเล่นพอเป็นเรา
ต้องเรียนเอารู้ดีจึงมีคุณ
2...
ถึงพ่อแม่เราไซร้จะให้ทรัพย์
ก็สำหรับขาดเหลือช่วยเกื้อหนุน
ย่อมจะเป็นแต่ละเมื่อที่เจือจุน
ไม่เหมือนทุนทางวิชาจะหากิน
ด้วยความรู้นั้นเลิศประเสริฐสุด
เปรียบประดุจดังแควกระแสสินธุ์
จะวิดวักตักมาเป็นอาจินต์
ไม่รู้สิ้นแห้งขอดตลอดกาล
เท่ากับทรัพย์ตอดตัวชั่วชีวาตม์
ใครไม่อาจลอบลักมาหักหาญ
มีวิชาห้าข้อพอประมาณ
ที่นงคราญไทยเราควรเล่าเรียน
ข้อที่หนึ่งชี้อ้างทางหนังสือ
ต้องหัดปรือให้ชำนาญทั้งอ่านเขียน
เป็นเบื้องต้นของวิชาอันภเกียรณ์
จงพากเพียรพยายามตามปัญญา
แม้ยังไม่เติบโตตามโอกาส
จะสามารถเรียนได้หลายภาษา
อย่าย่นย่อท้อถอยตามเวลา
หาวิชาเสียก่อนอย่านอนใจ
มีเสียแรงเรียนรู้ถึงผู้หญิง
ถ้าดีจริงอย่าพะวงคิดสงสัย
รัฐก็นิยมใช้ถมไป
เมื่อทำได้รอบรู้เหมือนผู้ชาย
เช่นตัวอย่างยังมีที่สถาน
สำนักงานโทรศัพท์คอยรับสาย
ใช้สตรีทำแทนแสนสบาย
ไม่เสียหายการกิจสนิทดี
อย่าทำถ่อมยอมแพ้แก่บุรุษ
เรามนุษย์นี่หนามารศรี
ถึงกำเนิดเกิดมาเป็นนารี
วิชามีในตัวอย่ากลัวคน
ข้อที่สองนั้นทางช่างประดิษฐ์
หัตถกิจเย็บปักเป็นมรรคผล
สรรพสิ่งขึ้นชื่อฝีมือตน
ตลอดจนหักฝ้ายทำด้ายปอ
ควรจะเพียรเรียนรู้อย่าอยู่เปล่า
เป็นงานเบากิจหญิงจริงจริงหนอ
ยามธุระจะใช้ทำได้พอ
ไม่ต้องง้อจ้างวานชาวบ้านเขา
ด้วยความรู้รู้ไว้มิใช่ว่า
เอาใส่บ่าแบกหามเลยงามขำ
ถึงจะมีเงินทองไม่ต้องคลำ
ไว้แนะนำวิชาเป็นอาจารย์
ก็มีคุณจุนเจือเหมือนเกื้อชาติ
ให้สามารถรู้กิจโดยพิสดาร
เพื่อวิชาสารพัดหัตถการ
แผ่ไพศาลฟุ้งเฟื่องในเมืองไทย
3...
ข้อที่สามวิทยาทางค้าขาย
ต้องขวนขวายฝืนหัดดัดนิสัย
ให้รู้จักชักทุนหนุนกำไร
และสิ่งได้ผลดีมีกำไร
ที่ซื้อง่ายขายคล่องต้องไม่ค้าง
เนื่องในทางพานิชจะคิดหา
จงพากเพียรเรียนจำเป็นตำรา
ซึ่งวิชาอย่างนี้ดีเหมือนกัน
เพราะหาทรัพย์นั้นไซร์ไม่จำกัด
เราถนัดทางไหนต้องใฝ่ฝัน
เมื่อได้โดยสุจริตไม่ผิดธรรม์
ย่อมเป็นอันต้องตามความนิยม
การจำหน่ายขายค้าใช่ว่าเล่น
รวยจนเป็นเศรษฐีมีถมไป
ถ้าถูกช่องไม่ช้าอย่าปรารมภ์
อาจอุดมเร็วพลันไม่ทันนาน
ข้อที่สี่นี้ไซร์ให้รู้จัก
ทางพิทักษ์ไข้ป่วยช่วยสังขาร
ต้องฝึกหัดซึ่งวิชาพยาบาล
ให้ชำนาญรู้ไว้ในวิธี
อีกทั้งกิจต่างๆทางรักษา
เป็นวิชาล้ำเลิศประเสริฐศรี
เพราะโรคาอาพาธอาจจะมี
รู้ไว้ดีติดขัดบำบัดตน
ยังประโยชน์ยิ่งแท้แก่ประเทศ
เมื่อมีเหตุยุทธนาโกลาหล
ฝ่ายบุรุษนั้นเขาเข้าประจัญ
เรานั้นเป็นพยาบาลทหารไป
เกิดเป็นตัวชั่วดีต้องมีจิต
กระหน่ำกิจช่วยชาติอย่าหวาดไหว
เพื่อดำรงอิสระคณะไทย
ของเราไว้ให้จำเริญดำเนินทัน
ข้อที่ห้าหน้าที่สตรีแท้
ทั้งควรแก่กิจหญิงทุกสิ่งสรรพ์
คือวิชาแพทย์บำรุงผดุงครรภ์
หญิงเหมือนกันสิ่งใดไม่ระคาง
ถึงโดยที่ลี้ลับจะจับต้อง
ก็แคล่วคล่องทำถนัดไม่ขัดขวาง
ความระอายฝ่ายเขาก็เบาบาง
เพราะแก่ทางวิทยาของนารี
แพทย์ผู้ชายอย่างไรไม่สนิท
ย่อมจะคิดอึดอัดน่าบัดสี
เพราะฉะนั้นควรหัดแพทย์สตรี
แต่ต้องมีเมตตากรุณาชน
สำหรับใครไร้ทรัพย์ที่คับเข็ญ
ก็จำเป็นช่วยเหลือเพื่อกุศล
ถ้าผู้ดีมีทรัพย์ไม่อับจน
จะหวังผลบ้างก็พอประมาณ
ทุกข์ของหญิงยิ่งยอดการคลอดบุตร
อกมนุษย์เหมือนกันสันนิษฐาน
ต้องเผื่อแผ่วิทยาเป็นสาธารณ์
อย่าต้องการลาภผลทุกคน
เมียดี 4 แบบ (ปรมาจารย์ภาษาไทย ขุนจงจัดนิสัย)
เมียดีเสมอทาส
อย่างหนึ่งถึงหากไม่งาม
รูปทรามไปบ้างช่างหนอ
แต่งานหล่อนนี้ดีพอ
มุ่งก่อกิจทำกล้ำไป
รุ่งเช้าเจ้ากอปรกิจการบ้าน
ไม่คร้านเกะกะไถล
มีงานควรทำทำไป
หล่อนไม่บิดเบี่ยงเกี่ยงงอน
จักใช้สิ่งใดให้ทำ
ตรากตรำห่อนเพิกถอน
ไม่ขัดด้วยขานวานวอน
เหมือนทาสซึ่งอ่อนผ่อนกลัว
เมียดีเสมอมารดา
อย่างหนึ่งซึ่งนางจงรัก
พิทักษ์บำรุงเลี้ยงผัว
แม้ถ้าสามีเมามัว
เกรงชั่วหล่อนขัดทัดทาน
ยามที่สามีป่วยไข้
หล่อนยิ่งมีใจสงสาร
ฟูมฟักรักษาพยาบาล
ตราบการป่วยนั้นบรรเทา
เปรียบนางอย่างเช่นนายแพทย์
ระแวดระวังนั่งเฝ้า
เหมือนหนึ่งมารดาเลี้ยงเรา
โลมเล้าเกษมเปรมปรีดิ์
เมียดีเสมอเพื่อน
อีกอย่างหนึ่งนวลนางอย่างมิตร
จอดจิตฝากรักศักดิ์ศรี
มอบชีพมอบกายหมายพลี
ร่วมทุกข์สุขีด้วยกัน
ถึงตายยอมเพื่อนคู่
หวังอยู่ร่วมเรียงเคียงขวัญ
ถึงยามฝากตัวพัวพัน
บากบั่นยินยอมพร้อมใจ
หากผัวมีกรรมจำจร
จากหล่อนลงซึ่งถึงไหน
ห่อนสู้ติดต้อยตามไป
อดอยากอย่างไรก็ไม่กลัว
เมียดีเสมอน้อง
อย่างหนึ่งนั้นน่าปราณี
นุชช่างภักดีต่อผัว
อ้อนออดพรอดฝากเนื้อตัว
เกรดชั่วเกรงผิดคิดแคลน
ห่อนหยาบห่อนหยาบคร้ามเกรง
ยำเกรงอารีดีแสน
รู้หลีกชั่วกลัวแคลน
หากแค้นห่อนคลายอารมณ์
ผัวอ่อนหล่อนอวยเออตาม
เผื่องามเผื่อรักศักดิ์สม
นางดังดุจน้องปองชม
เกลียวกลมควรอยู่คู่ครอง
กฤษณาสอนน้อง (สมเด็จกรมพระยาปรมานุชิต)
อย่าซอนซอนสรวลเสียงสำเนียงดัง
อย่าระเริงกิริยาเป็นน่าชัง
ถ้ายามพลั้งชนจะชวนสำรวลพลัน
อย่าด่วนดำเนินไคลครรไลแล่น
กรกรีดแหวนแกว่งหัตถาหกหัน
อย่ามุ่งเมิดเดินบาทจะพลาดพลัน
อย่าทัดพันธุ์มาลาเมื่อคลาไคล
อย่าเสยเกศยุรยาตรเมื่อนาถย่าง
จีบพกหกลางขายสำเนียงส่งเสียงได้
สะกิดเพื่อนเยื้อนสรวลสำรวลใน
อย่าทรงสะไบพลางเดินดำเนินลี
อย่ายอหัตถ์ผัดลบกำโบละ
ประทินประนางย่างทางวิถี
อย่านุ่งกรายภูษาเดินจรลี
จะเสื่อมศรีศักดิ์ยุพาไม่ถาวร
อนึ่งอย่าทรงสะไบครองทั้งสองบ่า
เปลือกพระกายินทรีศรีสมร
ถ้าชายสบก็จะสรวลสำรวลอร
เป็นเครื่องร้อนสำรวมหทัยไม่ธำรง
สุภาษิตสอนหญิง (สุนทรภู่)
จงปฎิบัติสามีเป็นที่รัก
สามิภักดิ์โดยเที่ยงไม่เดียงสา
มิให้เคืองขืนขัดเรื่องอัชฌา
ถึงเวลายามนอนผ่อนเอาใจ
ก้มกราบบาทสามีเป็นที่ยิ่ง
สรรพสิ่งชอบประกอบให้
ตื่นก่อนนอนหลังระวังระไว
ตักน้ำไว้คอยท่าให้สามี
จะได้ชำระพักตราเพลาเช้า
นวลเจ้าจำไว้เป็นศักดิ์ศรี
หาหมากพันพลูบุหรีดี
.................................
การกินนอนนั้นเป็นการใหญ่
ระวังระไวอย่าให้ทำเมินเฉย
ของคาวหวานเป็นการของทรามเชย
อย่าละเลยไว้ใจให้ใครทำ
เป็นสตรีย่อมมีมารยาท
จะทำการก็สะอาดไม่ผลีผลาม
สิ่งใดดีที่ไหนสนใจจำ
ปากคำไม่กระเดื่องให้เคืองใจ
จัดแจงการบ้านเรือนดูรอบคอบ
ถึงทำชอบผัวว่าชั่วก็นิ่งได้
รักษาตัวกลัวผิดระวังระไว
ตั้งจิตคิดไว้ให้คนชม
บาลีว่าหญิงดีมีสี่อย่าง
ไม่อำพรางย่อมตรัสบริหาร
สำแดงไว้ให้เห็นเป็นประธาน
จึงพิจารณ์ตามพระพุทธาธิบาย
หญิงเหล่าหนึ่งเรียกว่ามาตาภริยา
สเน่หาในสามีไม่เหือดหาย
ปฎิบัติเช้าเย็นไม่เว้นวาย
มิไข้หน่ายในการบำรุงบำเรอ
มารดารักบุตรนั้นฉันใด
เอาใจใส่มิได้แต่งเสนอ
รักสนิทจิตสมัครสามีเธอ
เทียบเสมอเพียงบุตรในอุทร
ภคินีภรรยานั้นพวกหนึ่ง
เร่งรำพึงคิดคร่ำคำที่สอน
รักสามีเหมือนพี่ร่วมมารดา
โอนอ่อนคำนับน้อมยอมยำเกรง
ทาสีภรรยาพวกหนึ่งเล่า
ท่านชักเอามาเปรียบเทียบเหมาะเหม็ง
รักสามีเหมือนนายเงินของตนเอง
ต้องยำเกรงเช้าเย็นเป็นนิรันดร์
สหายิกาภรรยาครบสี่
รักสามีดังสหายผ่อนผายผัน
สงวนอารมณ์มิได้ข่มขี่กัน
สู้อดกลั้นจริงจริงทุกสิ่งเจียว
คติเตือนใจหญิง
- น้ำตาของหญิงสาว งดงามกว่ารอยยิ้มของเธอ
- ผู้หญิงโดยมากก่อเรื่องยุ่งๆ โดยไม่มีเหตุผล
ผู้หญิงร้องไห้เมื่อไร เมื่อนั้นก็เป็นเหตุผลของเธอ
- มารยาทของคนโดยเฉพาะผู้หญิง
สร้างวาสนาของตนได้เป็นอย่างดี
- อย่าสอนลูกหลานให้เป็นผู้ดีเย่อหยิ่ง หรือถือตัว
จงสอนให้ลูกหลานเป็นลูกชายแท้ เป็นหญิงแท้
- ภรรยางาม ทำให้สามีมีความสุขครึ่งๆกลาง
ภรรยาดี ทำให้สามีสุขกายสุขใจตลอดชีวิต
- ก่อนแต่งงานจงจู้จี้เลือกสามี
หลังแต่งงานจงอยู่ในโอวาทของสามี
- ผู้ที่หยิ่งผยองโดยเฉพาะผู้หญิง เท่ากับเปิดทางให้กับ
ความชั่วร้ายเข้านอกออกในได้โดยง่าย
- แม่ที่ดีต้องไม่ตามใจลูก ไม่ว่าผิดหรือถูก
แม่ที่ดีต้องสอนลูกให้อยู่ในสังคมได้อย่างสวัสดิภาพ
- ลูกๆจะเป็นอย่างไรในภายหน้า ขึ้นอยู่กับแม่ว่าจะอบรมอย่างไร
ชีวิตลูกๆจะยุ่งยากถ้าแม่ตามใจลูกจนเกินเลย
- น้ำตาของแม่ คือความรัก
รวมกับความหว่งใยที่มีต่อลูกตลอดกาลนาน
- สามีหูหนวก ภรรยาเป็นใบ้
ชีวิตแต่งงานของคู่นี้จะยั่งยืนตลอดกาล
- สามีดี ภรรยาดี ต่างต้องไม่ยุ่งเกี่ยวในเรื่องส่วนตัวของกันและกัน
- หน้าที่แท้จริงของภรรยา คือทำอาหารให้อร่อย ถูกปากสามี
และภรรยาที่ดีต้องร่วมทุกข์กับสามีอย่างเต็มใจ
- ภรรยาดี ต้องฉลาดเข้าใจรู้ใจสามี มีหน้าที่ปฎิบัติสามีให้เป็นสุข
ปลอบโยนให้หายทุกข์
- หญิงดี เมื่อรักชายใดแล้ว ก็เมตตาเขาผู้นั้นเพียงชายเดียวในชีวิต
- ผู้หญิงโดยมากฉลาดแหลมคมนัก
แต่หญิงที่ฉลาดจริงเป็นหญิงที่ซ่อนคม
- ผู้หญิงน่ารักเหมือนตุ๊กตาในยามดี
และดุร้ายเหมือนเสือแม่ลูกอ่อนในยามร้าย
- หญิงวาสนาดีเทียมคุณหญิงคุณนาย คือหญิงที่สงบเงียบทั้งกาย วาจา
และมีความรู้ความสามารถพอประมาณ
- หญิงวาสนาเทียมเศรษฐี เป็นหญิงที่แต่งตัวพองาม
กินพออิ่ม พูดน้อย ขยันมาก
- หญิงที่ปากร้าย ไม่ยอมแพ้ใคร ก็มีหวังเจ็บตัว หรือเสียโฉม
และเมื่อมีลูก เธอก็จะกลายเป็นหญิงขี้โรค
- ผู้หญิงขี้หึงหรือใจร้าย จะไร้ที่พึ่งทางกายและใจ
ทั้งในโลกนี้และในโลกหน้า
- หญิงดีมีบุญบารมี เป็นผู้หญิงที่รู้จักประหยัด และใจดีมีเมตตา
- หญิงที่มีจิตใจและกิริยาเป็นชาย จะอายุยืน
แต่ชีวิตครอบครัวอับเฉา และอับจน
|